บำบัดโรคซึมเศร้าด้วย “แสงแดด”


บำบัดโรคซึมเศร้าด้วย “แสงแดด”
ปัจจุบันมีผู้เสียเสียชีวิตจาก”โรคซึมเศร้า”มากมาย จากเหตุการณ์ที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงต้องจบชีวิตจากโรคซึมเศร้าสร้างความสะเทือนใจให้แก่บุคคลทั่วไปเป็นอย่างมาก โรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่อันตรายมากๆ อีกโรคหนึ่งที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง โรคซึมเศร้า เป็นการป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ โรคนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่มีการสูญเสีย หรืออาจเกิดในคนที่มีประสบการณ์สะเทือนใจเฉียบพลัน และคนที่มีโรคร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น การพักผ่อน หลับนอน โรคนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับเพราะเกิดจากความเครียด คิดมาก จนไม่สามารถนอนหลับได้อย่างคนปกติและส่วนมากผู้ป่วยก็จะใช้ยานอนหลับ หรือยาคลายเครียดเป็นตัวช่วยซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเช่นกัน การรับประทานอาหารของผู้ป่วยก็น้อยลง เบื่ออาหารและเมื่อร่างกายขาดสารอาหารก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แย่ลง และผู้ป่วยก็จะหันไปใช้ตัวช่วยที่อันตรายอย่างเช่น พวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่อย่างมากหรืออาจพึ่งยาเสพติดซึ่งอันตรายต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก การรับรู้และรู้สึกต่างๆ ของผู้ป่วยโรคนี้ อาจจะรับรู้ รู้สึกได้น้อยลง หรือ รู้สึกมากเกินความเป็นจริงจะมีผลกระทบต่อความคิด และการตัดสินใจ หากไม่รักษาผู้ป่วยอาจมีอาการทางจิตได้ แพทย์ส่วนใหญ่กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคนี้เกิดขึ้นนั้น มาจากปัญหาจากครอบครัว คนรอบข้าง หรือเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย
โรคซึมเศร้ามีวิธีการรักษาอย่างมากมาย ทั้งการดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด หรือ การใช้ยาต่างๆ แต่มีวิธีที่เราอาจนึกไม่ถึงว่ามันสามารถรักษา หรือบำบัดโรคนี้ได้อย่างง่ายๆ เริ่มจากตัวผู้ป่วยเองหรือคนใกล้ชิดช่วยรักษาได้ นั้นก็คือการบำบัดด้วยแสงแดดยามเช้า แสงแดดนั้นช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะการบำบัดด้วยแสงแดดตอนเช้าเป็นเวลา 30 – 60 นาทีก็จะช่วยอาการเหล่านี้ได้แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากต่อมไพเนียเมลาโทนินนั้นจะถูกกระตุ้นด้วยความมืดและจะได้การยับยั้งด้วยแสงสว่าง ดังนั้นการได้รับแสงแดดยามเช้าจึงช่วยให้สดชื่น และกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ ไม่ใช้เพียงได้รับแสงแดดหรืออากาศยามเช้าเพียงอย่างเดียว ควรควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแล้วยังส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรักษาแบบการใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง หรือการบำบัดต่างๆ การดูแลที่ดีที่สุดของผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ การมีสุขภาพที่แข็งแรง ดูแลร่างกายให้ดีที่สุด ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมงไม่ควรเครียดกับงานมากเกินไป รู้จักปล่อยวางกับสิ่งต่างๆ เพื่อให้จิตใจกระทบกระเทือนได้น้อยลง และสิงสำคัญก็คือ ครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ควรช่วยกันดูแลเอาใจใส่ หรือสั่งเกตุว่าคนในครอบครัวของเรานั้นมีอาการหรืออัตราเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีผู้ป่วยที่อยู่ในครอบครัวของเราก็ควรที่จะช่วยกันดูแลอย่างเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการให้ผู้ป่วยอยู่เพียงลำพัง หากิจกรรมทำร่วมกัน หรือ ท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกันในครอบครัว จะส่งผลให้สุขภาพจิตใจของผู้ป่วยนั้นดีขึ้น และ หายจากการเป็น “โรคซึมเศร้า” ได้



Got something to say?

(required)



Tags: , ,